Romance
Detective
Children's Books
Interesting Books

 

     
 
ข้อความในหน้านี้เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์แก้วกานต์ ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
     
 
ทาสหัวใจ
 
     
 

    ตำนานกรีกโบราณ
   
    เหล่าทวยเทพประทานพรให้เขาครอบครองพละกำลังอันมหาศาลและความหาญกล้าไร้ผู้เทียมทาน  เป็นที่ครั่นคร้ามของมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม  และเป็นที่คลั่งไคล้ปรารถนาของอิสตรีทุกนางที่พบเห็นเขา  เขาคือบุรุษผู้ไม่มีกฎเกณฑ์  ไม่เคารพนบนอบต่อผู้ใด
    ทักษะด้านการศึกสงครามและความฉลาดปราดเปรื่องของเขาเป็นที่เลื่องลือไม่น้อยหน้าวีรบุรุษอื่นๆ  ไม่ว่าจะเป็น  อคิลลีส  โอดิสซิอุส  และเฮอร์คิวลิส  มีเรื่องราวเล่าขานว่า  แม้แต่เอรีส  เทพเจ้าแห่งสงคราม  ก็ยังไม่อาจกำราบเขาลงได้ 
    ราวกับพรสวรรค์ที่เทพเจ้าแห่งสงครามผู้ยิ่งใหญ่มอบให้เขายังไม่เพียงพอ  กล่าวกันว่า  ในยามถือกำเนิด  เทพีอโฟรไดท์  เทพีแห่งความงามและความรัก  ยังมอบจุมพิตที่แก้มของเขา  และอวยพรให้เขาอยู่ในความทรงจำของมนุษย์ตราบชั่วนิรันดร์
    ด้วยคำอวยพรแห่งเทพีอโฟรไดท์  เขาเติบโตขึ้นเป็นบุรุษผู้ไม่มีอิสตรีใดปฏิเสธที่จะมอบเรือนกายให้  เมื่อกล่าวถึงศิลปะในการแสดงความรัก  เขาเก่งฉกาจและรู้เจนจบในเรื่องนี้อย่างหาผู้ใดเปรียบปาน--ความอึดแกร่งของเขาล้ำลึกเกินชายผู้เป็นมนุษย์สามัญทั้งหลาย  ความปรารถนาของเขาแรงร้อนและดุเดือด  ไม่เคยมีสตรีนางใดพิชิตเขาลงได้
    หรือปฏิเสธเขาได้
    ด้วยผิวพรรณและเส้นผมที่เป็นสีทองเรืองรอง  อีกทั้งประกายตาคมกล้าเยี่ยงนักรบ  เพียงแค่เขาปรากฏกายขึ้น  ก็เพียงพอที่จะทำให้อิสตรีพึงพอใจ  และเมื่อมือของเขาสัมผัสผิวกาย  พวกนางก็ท่วมท้นไปด้วยความสุข
    ไม่มีนางใดต้านทานเสน่ห์ของเขาได้
    และด้วยเหตุนั้นเอง  จากความริษยาจึงกลายเป็นคำสาปแช่งที่ร้ายแรง  คำสาปที่ไม่มีวันถูกทำลาย
    เช่นเดียวกับแทนทาลัสผู้น่าเวทนา  เขาเที่ยวเสาะแสวงหาความพึงใจ  และไม่เคยที่จะได้เติมเต็มสิ่งเหล่านั้น  เขาต้องคอยตอบสนองความปรารถนาของผู้ที่เรียกตัวเขา  และนำความสุขสมมาสู่นางอย่างอิ่มเอม  สร้างความพึงพอใจและอภิรมย์สมสุขให้โดยสิ้นเชิง
    นับแต่คืนเพ็ญหนึ่งจนถึงราตรีจันทร์เต็มดวงครั้งใหม่  เขาจะนอนกับนาง  ร่วมรักกับนาง  จนกระทั่งเขาถูกบังคับให้ลาจากโลกนี้ไป
    แต่พึงระวังให้จงหนัก  เพราะเมื่อใดที่สัมผัสจากเขาแตะต้องลงมา  มันจะประทับตราอยู่ในความทรงจำของคู่เคียงเรียงหมอนของเขาชั่วนิจนิรันดร์  นับแต่นั้นจะไม่มีชายอื่นใดสามารถสร้างความพึงพอใจให้แก่นางได้อีกเลย  เพราะไม่มีมนุษย์ปุถุชนใดที่จะเปรียบเทียบกับความสง่างาม  ความเร่าร้อน  และลีลารักอันเหลือล้ำด้วยชั้นเชิงเยี่ยงเขาได้
    จับตาดูคำสาปนั้นไว้ให้ดี
    จูเลียนแห่งมาเซดอน
    กอดเขาไว้ในอ้อมอกของเจ้า  และเรียกขานนามเขาสามครั้ง ณ เวลาเที่ยงคืนท่ามกลางแสงแห่งจันทร์เต็มดวง  เขาจะมาหาเจ้าในบัดดล  และตราบจนกว่าคืนเพ็ญครั้งหน้าจะเวียนมาอีกครั้ง  เรือนกายของเขาจะเป็นของเจ้าตามแต่คำบัญชา
    จุดมุ่งหมายเดียวของเขาคือสร้างความอภิรมย์ให้แก่เจ้า  รับใช้บริการเจ้า
    ปรนเปรอรักให้แก่เจ้า
    ยามอยู่ในอ้อมแขนแห่งเขา  เจ้าจะได้พบสรวงสวรรค์อันแท้จริง...


   
    บทที่ 1
   
    “ที่รัก  เธอต้องการเรื่องอย่างว่านะจ๊ะ”
    เกรซ อเล็กซานเดอร์ สะดุ้งกับเสียงของเซลีน่าที่พูดเสียดังก้องร้านอาหารเล็กๆในเมืองนิวออร์ลีนที่พวกตนนั่งอยู่  สองสาวเพิ่งอิ่มกับมื้อกลางวันที่เป็นถั่วแดงปรุงกับข้าว  เกรซโชคไม่ดีเอาเลย  เพราะเซลีน่าเป็นคนเสียงดังแทบจะทะลุลมพายุได้สบาย
    ทีนี้คนทั้งร้านก็เงียบกริบ
    เกรซแอบชำเลืองไปที่โต๊ะข้างๆ  สังเกตเห็นว่าพวกผู้ชายหยุดคุยและหันมามองพวกหล่อนเป็นตาเดียว 
    โธ่!  เซลีน่า  จะหัดลดเสียงลงบ้างไม่ได้รึไง
    ที่แย่กว่านั้นคือ  เจ้าหล่อนจะทำอะไรต่อไป  จะลุกขึ้นแก้ผ้าเต้นระบำบนโต๊ะเลยหรือเปล่า
    เอาอีกแล้ว
    เกรซภาวนาเป็นครั้งที่ล้านนับตั้งแต่สองสาวรู้จักกัน  สวดอ้อนวอนให้เซลีน่ารู้จักเขินอายเสียบ้าง  แต่ความโผงผางเปรี้ยวจี๊ดของแม่เจ้าประคุณก็ยังไม่เทียบเท่าความหมายของคำพูดเมื่อครู่นี้
    เกรซยกสองมือขึ้นปิดหน้าและทำเป็นไม่นำพากับสายตาสอดรู้สอดเห็นของใครต่อใครให้ดีที่สุด  ทั้งที่ใจจริงอยากจะมุดลงไปอยู่ใต้โต๊ะ  แล้วเตะหน้าแข้งเพื่อนรักแรงๆสักที
    “ทำไมไม่พูดให้ดังกว่านี้อีกนิดล่ะยะ  ลานี่”  หล่อนกระซิบ  “แค่นี้คนที่อยู่ในแคนาดายังไม่ได้ยินหรอกนะเธอ”
    “เอ  ผมก็ไม่รู้นะครับ”  บริกรหนุ่มหล่อผมสีน้ำตาลเอ่ยเมื่อเดินมาหยุดที่โต๊ะของสองสาว “พวกเขาอาจจะกำลังมุ่งหน้าลงใต้มาแล้วก็ได้ในระหว่างที่เราพูดกันอยู่นี่”
    เกรซหน้าร้อนซู่เมื่อบริกรหนุ่มน้อยวัยนักศึกษาส่งยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์มาให้ “พวกคุณสุภาพสตรีมีอะไรที่จะให้ผมบริการให้เป็นพิเศษไหมล่ะครับ”  เขาถาม  ตามองเกรซอย่างจงใจ “หรือให้ชัดกว่านี้ก็คือ  มีอะไรที่ผมสามารถทำให้คุณได้หรือเปล่าครับ  คุณผู้หญิง”
    งั้นขอถุงมาคลุมหัวฉันสักใบ  หรือไม่ก็หาพลาสเตอร์มาปิดปากยายลานี่ซะ
    “ฉันคิดว่าเราต้องการนะ”  เกรซเอ่ยออกไป  แก้มยังร้อนวาบ  หล่อนจะต้องฆ่าเซลีน่าให้ได้เพราะเรื่องนี้  “เราอยากให้เช็คบิลไงล่ะ”
    “งั้นก็  ได้เลยครับ”  เขาพูดพลางดึงใบเสร็จค่าอาหารของพวกหล่อนขึ้นมาแล้วเขียนอะไรหวัดๆลงบนกระดาษแผ่นน้อย  และวางมันลงตรงหน้าเกรซ “โทร.มาแล้วกันนะครับ  ถ้าผมพอจะช่วยได้มากกว่านี้”
    เมื่อเขาเดินจากไป  เกรซจึงเห็นว่ามีชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของเขาเขียนไว้บนหัวกระดาษใบเสร็จรับเงิน
    เซลีน่ามองตามแล้วหัวเราะออกมาดังๆ
    “ฝากไว้ก่อนเถอะ”  เกรซเข่นเขี้ยวพลางแค่นยิ้มระหว่างที่หยิบคอมพิวเตอร์มือถือขึ้นมากดหารค่าอาหาร “แล้วฉันจะคิดบัญชีกับเธอแน่”
    เซลีน่าไม่สนคำขู่ขณะล้วงหยิบเงินในกระเป๋าปักลูกปัด  “จ้า  จ้า  จะพูดยังไงก็ตามใจ  แต่ถ้าฉันเป็นเธอละก็  ฉันจะเก็บเบอร์โทร.นั้นไว้  เขาเป็นหนุ่มน้อยที่น่ารักออก”
    “เขายังเป็นผู้เยาว์อยู่ย่ะ”  เกรซแก้ “เรื่องนี้ฉันขอผ่าน  สิ่งสุดท้ายที่ฉันต้องการก็คือต้องมาติดคุกหัวโตเพราะคดีพรากผู้เยาว์”
    เซลีน่าปรายสายตาไปทางบริกรหนุ่มที่ยืนทิ้งสะโพกอิงขอบบาร์ “แหม  แต่พ่อรูปหล่อเหมือนแบรด  พิทท์คนนี้อาจจะคุ้มค่าก็ได้นะ  สงสัยจังว่าเขามีพี่ชายหรือเปล่า”
    “ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าบิลจะยอมจ่ายสักเท่าไหร่เพื่อให้รู้ว่าเมียของเขาใช้เวลาตลอดมื้อเที่ยงเล่นหูเล่นตากับเด็กหนุ่ม”
    เซลีน่าทำเสียงขึ้นจมูกขณะวางเงินลงบนโต๊ะ “ฉันไม่ได้เล่นหูเล่นตากับเขาเพื่อตัวเองนี่ยะ  ฉันชม้อยชม้ายใส่เขาก็เพื่อเธอนั่นแหละ  นอกจากนี้ที่เรากำลังพูดถึงคือเรื่องชีวิตในทางเซ็กซ์ของเธอนะ”
    “ฮึ  ชีวิตเซ็กซ์ของฉันมันเป็นเรื่องงี่เง่า  และไม่ใช่ธุระกงการของใครในภัตตาคารนี้สักหน่อย”  เกรซโยนเงินลงบนโต๊ะ  แล้วฉวยเนยแข็งหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าชิ้นสุดท้ายเข้าปาก  ก่อนจะลุกเดินฉับๆไปที่ประตู
    “อย่าโกรธน่า”  เซลีน่าร้อง  รีบเดินตามเพื่อนออกมาสู่ย่านจัตุรัสแจ็กสันที่มีนักท่องเที่ยวและชาวบ้านสัญจรไปมาอย่างเนืองแน่น
    เสียงเดี่ยวแซกโซโฟนเพลงแจ๊ซดังโหยหวนเหนือเสียงอึกทึกของผู้คน  ม้า  และเครื่องยนต์  พร้อมๆกับที่คลื่นความร้อนอบอ้าวของรัฐลุยเซียนารุกโถมเข้าหาหล่อน 
    หญิงสาวพยายามที่สุดที่จะไม่นำพากับอากาศที่หนาหนักจนเกือบจะหายใจไม่ออก  เกรซเดินตัดผ่านฝูงชนและรถเข็นแผงลอยต่างๆที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของรั้วเหล็กดัดที่ล้อมรอบจัตุรัสแจ็กสัน
    “เธอก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง”  เซลีน่าพูดเมื่อตามมาทัน “ฉันหมายถึง  คุณพระช่วย  เกรซ  มันนานเท่าไหร่แล้วนะ  สองปีได้มั้ย”
    “สี่”  หล่อนตอบห้วนๆ  “แต่ใครจะเสียเวลานับล่ะ”
    “สี่ปีที่ไม่เคยมีเซ็กซ์เลยน่ะหรือ”  เซลีน่าทวนคำเสียงดังอย่างไม่เชื่อหู
    หลายคนที่อยู่ในละแวกนั้นถึงกับชะงักแล้วมองจากเซลีน่ามาที่เกรซอย่างใคร่รู้
    เซลีน่าพูดต่ออย่างไม่รั้งรอโดยลืมตัวอีกตามเคยว่ามีคนรอบข้างกำลังจับจ้องสนใจอยู่ “อย่าบอกฉันนะว่าเธอลืมไปแล้วว่านี่มันยุคอิเล็กทรอนิกส์  ฉันหมายถึง  คนไข้ของเธอรู้บ้างหรือเปล่าว่าคุณหมอของเขาอยู่มาโดยไม่มีเซ็กซ์น่ะ”
    เกรซกลืนเนยแข็งแล้วถลึงตาใส่เซลีน่า  นี่แม่เพื่อนรักคนนี้ตั้งใจจะป่าวประกาศให้มนุษย์ทุกคน  ม้าทุกตัวในละแวกนี้รู้กันหมดเลยหรือไงนะ
    “ลดเสียงลงหน่อยสิยะ”  หล่อนเอ็ด  แล้วเสริมอย่างฝืดๆว่า  “แล้วคนไข้ของฉันมาเกี่ยวอะไรกับการวางตัวเป็นสาวพรหมจารีอีกครั้งของฉันล่ะ  ส่วนเรื่องยุคอิเล็กทรอนิกส์ที่ว่าน่ะ  ฉันไม่อยากจะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับของบางอย่างที่มาพร้อมกับป้ายเตือนและแบตเตอรี่หรอกนะ”
    เซลีน่าทำเสียงขึ้นจมูก “ย่ะ  พอได้ยินที่เธอพูด  ผู้ชายส่วนใหญ่คงต้องมาพร้อมกับป้ายเตือน”  หล่อนชูมือขึ้นลากเป็นกรอบของคำประกาศเตือน “โปรดฟังๆ  คำเตือนจากจิตแพทย์  กระผม  บุรุษผู้มีอาวุธยืดยาวเป็นพิเศษ  มีแนวโน้มว่าจะอารมณ์แปรปรวน  และมีความสามารถในการบอกความจริงกับผู้หญิงเรื่องน้ำหนักตัวของเจ้าหล่อนโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า”
    เกรซหัวเราะ  ได้ยินเรื่องผู้ชายที่จำเป็นต้องปิดป้ายเตือนมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
    “ฮึ  ฉันรู้นะ  คุณหมอเซ็กซ์”  เซลีน่าพูดแบบขึงขังล้อเลียนสำเนียงของคุณหมอรูธ  “เธอนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วฟังพวกเขาระบายรายละเอียดการมีเซ็กซ์ของพวกเขาออกมาอย่างโจ๋งครึ่ม  ทั้งๆที่ตัวเธอเองกลับใช้ชีวิตเหมือนเป็นสมาชิกถาวรของสมาคมนุ่งกางเกงในเสริมใยเหล็ก”
    แล้วเซลีน่าก็เลิกเลียนสำเนียงนั้น  และกล่าวเสริมว่า  “ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าในบรรดาเรื่องทั้งหลายแหล่ที่เธอได้ยินตอนพูดคุยกับคนไข้  จะไม่มีเรื่องไหนที่ทำให้ฮอร์โมนเพศของเธอหลั่งได้เลย”
    เกรซมองเซลีน่าด้วยสายตาขบขัน “ใช่สิ  ก็ฉันเป็นหมอบำบัดรักษาในเรื่องเพศ  มันคงไม่ดีสำหรับคนไข้ของฉันแน่  ถ้าหมอของเขาเกิดบรรลุถึงห้วงความตายน้อยๆในระหว่างที่พวกเขาสาธยายปัญหาของพวกเขาออกมา  ฉันพูดจริงนะ  ลานี่  ขืนเป็นงั้นก็โดนยึดใบประกอบโรคศิลป์น่ะสิ” 
    “แหม  ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเธอจะให้คำแนะนำกับพวกเขาได้ยังไง  ในเมื่อตัวเธอเองไม่ยอมเข้าใกล้ผู้ชายที่ไหนสักคน”
    เกรซทำหน้าบึ้งพลางเดินนำกลับไปที่อีกฟากของจัตุรัส  ตรงไปยังบริเวณตรงข้ามสำนักงานการท่องเที่ยวซึ่งแผงทำนายชะตาราศีด้วยการดูไพ่ยิปซีและดูลายมือของเซลีน่าตั้งอยู่
    เมื่อเกรซเดินมาถึงโต๊ะทำนายไพ่ตัวเล็กปูผ้าสีม่วงเข้ม  หญิงสาวก็ถอนหายใจ “รู้มั้ยว่า  ฉันจะออกเดทก็ต่อเมื่อเจอผู้ชายที่มีค่าพอที่ฉันจะโกนขนหน้าแข้งเพื่อเขา  แต่ส่วนใหญ่มันเสียเวลาเปล่าๆ  สู้นั่งอยู่กับบ้านดูรายการที่เอากลับมาฉายใหม่ทางโทรทัศน์ดีกว่า”
    เซลีน่ายิ้มแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสาวอย่างเคืองๆ “แกรี่ไม่ดีตรงไหน”
    “ลมหายใจเหม็น”
    “เจมี่ล่ะ”
    “เขาชอบแคะขี้มูก  โดยเฉพาะระหว่างอาหารค่ำ”
    “งั้นโทนี่”
    เกรซแค่มองอีกฝ่ายเฉยๆ
    เซลีน่าชูมือสองข้างอย่างยอมแพ้ “โอเค  เขาอาจจะมีปัญหาชอบเล่นการพนันนิดหน่อย  แต่ก็นั่นแหละ  คนเราทุกคนจำเป็นต้องมีงานอดิเรก”
    เกรซเพียงแต่จ้องหล่อนต่อไป
    “เฮ้  มาดามเซลีน่า  คุณกลับจากทานมื้อเที่ยงแล้วหรือคะ”  ซันไชน์ร้องถามมาจากแผงถัดไปที่วางขายภาพสเก็ตช์และเครื่องปั้นดินเผาฝีมือของหล่อนเอง
    ซันไชน์อายุน้อยกว่าสองสาวประมาณสองสามปี  ไว้ผมดำยาวสลวยและชอบแต่งชุดที่ทำให้เกรซนึกถึงเจ้าหญิงในเทพนิยาย
    วันนี้เจ้าหล่อนสวมเสื้อแบบชาวบ้านน่ารักกับกระโปรงสีขาวบางเบาแลลอดได้ซึ่งคงดูน่าเกลียดถ้าไม่มีชุดผ้ายืดรัดรูปสีชมพูอ่อนซ้อนอยู่ใต้นั้นอีกชั้นหนึ่ง
    “จ้ะ กลับมาแล้ว”  เซลีน่าตอบในระหว่างที่คุกเข่าลงไขล็อกประตูรถเข็นแผงลอยโลหะคันเล็กซึ่งหล่อนล่ามไว้กับรั้วเหล็กอย่างแน่นหนาด้วยโซ่ล่ามรถจักรยาน “ตอนที่ฉันไม่อยู่มีใครมาสนใจแผงฉันบ้างไหม”
    “มีสามีภรรยาคู่หนึ่งหยิบนามบัตรของคุณไปและบอกว่าจะกลับมาหลังจากทานอาหารแล้ว”
    “ขอบใจนะ”  เซลีน่าวางกระเป๋าถือไว้ในรถเข็น  แล้วดึงกล่องซิการ์สีน้ำเงินเข้มซึ่งหล่อนใช้ใส่เงิน  ไพ่ยิปซีที่เก็บไว้อย่างดีในห่อผ้าไหมสีดำ  และหนังสือเล่มบางแต่ใหญ่เป็นพิเศษ  ปกหุ้มหนังสีน้ำตาลซึ่งเกรซไม่เคยเห็นมาก่อนออกมา
    เซลีน่าหยิบหมวกฟางปีกกว้างมาสวม  แล้วก็หันมายืนประจำที่
    “เธอติดราคาไว้บนสินค้าของเธอหมดทุกชิ้นหรือยัง”  หล่อนถามซันไชน์
    “ติดแล้วค่ะ”  ซันไชน์ตอบพลางหยิบกระเป๋าถือ “พูดได้ว่าฉันยังไม่มีโชค  แต่อย่างน้อยถ้ามีใครอยากรู้ว่าอะไรราคาเท่าไหร่ในช่วงที่ฉันไม่อยู่  ก็ยังมีราคาแปะอยู่”
    หนุ่มนักบิดหน้าตาบึ้งตึงขับรถเลี้ยวหัวมุมมา “เฮ้ ซันไชน์” เขาตะโกนเรียก “ย้ายก้นมานี่เร็ว  ฉันหิวแล้ว”
    ซันไชน์โบกมืออย่างตัดบท “ใจเย็นหน่อยสิ  แฮรี่  ไม่งั้นเธอก็ต้องไปกินคนเดียวละ”  หล่อนพูดระหว่างที่เดินช้าๆไปหาเขา  แล้วปีนขึ้นซ้อนเบาะหลังรถจักรยานยนต์ 
    เกรซส่ายหน้ากับสองหนุ่มสาว  ซันไชน์ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องคู่ควงยิ่งกว่าหล่อนเสียอีก
    หญิงสาวมองทั้งสองบึ่งรถผ่านร้านคาเฟ่ดูมองด์  “อูวว์  ฉันพนันได้เลยว่าร้านนั้นต้องมีขนมอร่อยๆ”
    “อาหารทดแทนเซ็กซ์ไม่ได้หรอก”  เซลีน่าพูดขณะวางไพ่และหนังสือลงบนโต๊ะ “ไม่งั้นเธอคงไม่เอาแต่พูดว่า--”
    “ก็ได้  ที่เธอพูดมามันก็มีเหตุผลอยู่  แต่จริงๆนะ  ลานี่  ทำไมเธอถึงได้สนใจชีวิตเซ็กซ์ของฉัน  หรือจะพูดให้ตรงกว่านั้นคือ  การขาดเซ็กซ์ของฉันนักหนา”
    เซลีน่าส่งหนังสือมาให้หล่อน “เพราะฉันเกิดความคิดอย่างหนึ่งขึ้นมาน่ะสิ”
    ตอนนี้แหละที่เกรซหนาวสะท้านลงไปตามสันหลังทั้งๆที่อากาศร้อนอบอ้าวและหล่อนไม่ใช่คนขี้ตกใจ  อ้อ  เว้นแต่เมื่อมันเกี่ยวข้องกับเซลีน่าและความคิดอันสุดพิสดารของเจ้าหล่อน “ไม่เอาเรื่องทรงเจ้าเข้าผีอีกแล้วนะ”
    “ไม่  อันนี้ดีกว่านั้นอีก”
    เกรซสะดุ้งอยู่ในใจ  นึกสงสัยว่าป่านนี้ชีวิตของหล่อนจะเป็นเช่นไรถ้าได้เพื่อนร่วมห้องพักตั้งแต่ปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยทูเลนเป็นสาวน้อยธรรมดาๆคนหนึ่ง  แทนที่จะเป็นเซลีน่าผู้ดิ้นรนอยากจะเป็นยิปซี  อย่างหนึ่งที่แน่ๆคือ  เกรซคงไม่ต้องมาพูดคุยเรื่องชีวิตเซ็กซ์ของตนกลางถนนที่มีผู้คนเดินกันเต็ม
    ทันใดนั้นหล่อนก็ตระหนักซึ้งถึงความแตกต่างระหว่างกัน  เกรซยืนอยู่ท่ามกลางความร้อนระอุในชุดกระโปรงผ้าไหมแขนกุดสีครีมเนื้อบางออกแบบโดยราล์ฟ  ลอเรน  เรือนผมสีดำขมวดเป็นมวยเก๋หรูที่ท้ายทอย  ขณะที่เซลีน่าสวมกระโปรงดำทั้งบานทั้งยาวลากพื้นกับเสื้อสายเดี่ยวสีม่วงเข้มที่แทบไม่ปกปิดทรวงอกอวบอิ่ม
    เรือนผมยาวระดับไหล่ของเซลีน่าเป็นสีน้ำตาลหยิกยุ่ง  มีผ้าพันคอไหมสีดำมันผูกรวบไว้  โชว์ต่างหูห่วงสีเงินยวงวงใหญ่ห้อยระบ่า  รับกับกำไลห่วงเงินวงบางๆราวหนึ่งร้อยห้าสิบห่วงที่สองข้อมือ  กำไลพวกนั้นกระทบกันเสียงดังกรุ๋งกริ๋งทุกครั้งที่เจ้าหล่อนขยับตัว
    ผู้คนมักสังเกตเห็นความแตกต่างในลักษณะภายนอกของทั้งสองได้ทันที  แต่เกรซรู้ว่าเซลีน่าซ่อนหัวคิดที่ฉลาดเฉียบแหลมและความไม่มั่นใจในตัวเองเอาไว้ภายใต้การแต่งกายที่ ‘โดดเด่นแปลกตา’  ลึกๆแล้วสองสาวมีอะไรเหมือนๆกันมากเกินกว่าที่ใครจะคาดเดาได้
    ยกเว้นความเชื่ออันพิลึกพิลั่นในเรื่องเวทมนตร์คาถาและไสยศาสตร์ของเซลีน่า
    กับความสนุกสนานในเรื่องเซ็กซ์อันไม่รู้จักอิ่มของเจ้าหล่อน
    เซลีน่าขยับมายืนข้างๆและยัดเยียดหนังสือใส่มือที่ไม่เต็มใจรับของเกรซแล้วเปิดหน้าหนังสือเร็วๆจนเกรซต้องจับเอาไว้ให้ดีไม่ให้มันหล่นลงไป
    หรือกลอกตาใส่เพื่อนอย่างเหลืออด
    “ฉันเจอเจ้านี่เมื่อหลายวันก่อนที่ร้านหนังสือเก่าติดกับพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง  ฝุ่นจับหนาเป็นภูเขาเลากาเชียว  ตอนที่เจอมันฉันกำลังพยายามหาหนังสือเกี่ยวกับไซโคเมทรีอยู่  แล้วก็  ดูนี่สิ!”  เซลีน่าชี้นิ้วอย่างมีชัยลงไปที่หน้าหนังสือ
    เกรซมองภาพที่อยู่ในนั้นแล้วอุทานเบาๆ
    หล่อนไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย
    ผู้ชายในภาพชวนตะลึงมอง  และภาพนั้นช่างเน้นรายละเอียดจนน่าตกใจ  ถ้าไม่ใช่เพราะเส้นสายที่วาดร่างอยู่บนหน้ากระดาษ  หล่อนคงกล้าสาบานว่านี่เป็นภาพถ่ายของรูปสลักบุรุษกรีกโบราณตัวจริง
    ไม่ใช่สิ  หญิงสาวแก้ความคิดของตนเอง  รูปเทพบุตรกรีกต่างหาก  รับรองว่าไม่มีทางที่มนุษย์เดินดินหน้าไหนจะดูดีได้ถึงเพียงนี้ 
    เมื่อยืนเปลือยหมดจดเต็มหน้ากระดาษ  บุรุษผู้นั้นฉายชัดถึงพลังอำนาจ  บุญญาบารมี  และพลังเร้าใจทางเพศที่แสนดุเดือดแรงร้อน  เขาดูเหมือนนักล่าผู้สง่าประเปรียวที่พร้อมจะโจนผึงออกมาปฏิบัติการล่า
    ทุกเส้นสายบนเนื้อตัวเขาบ่งบอกถึงความงดงามสมบูรณ์แห่งพละกำลัง  เรือนร่างเพรียวแกร่งนั้นถูกสรรค์สร้างมาเพื่อความพึงพอใจของอิสตรีโดยแท้
    ปากคอเกรซแห้งผากโดยไม่รู้ตัวเมื่อสายตามองไปยังมัดกล้ามของบุรุษในภาพวาด  ซึ่งมีโครงสร้างได้สัดส่วนรับกันอย่างเหมาะเจาะระหว่างส่วนสูงและน้ำหนัก  หล่อนมองตามกล้ามเนื้อเพรียวแกร่งตั้งแต่บนแผงอกเครียดครัดลงมาตามสะเอวสอบเพรียวและแผ่นท้องแบนเรียบด้วยมัดกล้ามที่เรียกร้องให้สตรียื่นมือไปสัมผัส
    จนถึงส่วนกลางลำตัวของเขา
    และจากนั้นก็มาสู่...
    เฮ้อ  ไม่ยอมมีใครเสียเวลาหาใบมะเดื่อมาปิดที่ตรงนั้นสักใบ  ว่าแต่พวกเขาจะปิดไปทำไม  ไม่มีคนสติดีๆรายไหนอยากปกปิดชิ้นส่วนกล้ามเนื้อที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้นแน่
    เกรซเลียริมฝีปาก  แล้วเลื่อนสายตาขึ้นมายังใบหน้าของเขาผู้นั้น
    ระหว่างที่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ตรึงสายตาหล่อนไว้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายกาจนิดๆ  เกรซก็จินตนาการเพริดไปถึงเรือนผมสีทองเข้มที่หยักศกเคลียซอกคอแข็งแรงชวนให้ซุกไซ้  ดวงตาสีน้ำเงินอมเทาเข้มเหมือนคมเหล็กกล้าเมื่อเขาเงื้อหอกเหล็กขึ้นเหนือศีรษะและตะโกนกึกก้อง
    หล่อนพลันรู้สึกว่ามีไอร้อนและหนักหน่วงโอบล้อมรอบตัว  ราวกับมีอะไรบางอย่างมาโลมไล้ผิวพรรณ
    หล่อนแทบจะได้ยินน้ำเสียงทุ้มลึกของเขา  แทบรู้สึกได้ถึงวงแขนแข็งแรงที่ร้อยรัดและดึงหล่อนเข้าไปเบียดกระชับกับแผ่นอกเนียนแกร่งปานศิลาขณะที่ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดอยู่ริมใบหู  รู้สึกถึงฝ่ามืออุ่นระอุที่โลมลูบไปทั่วเรือนร่างของหล่อน  ปรนเปรอความสุขสมเสียวซ่านเมื่อมือช่ำชองคู่นั้นซอนซึ้งถึงสัดส่วนสุดสงวนของหล่อน
    หล่อนสะท้านเยือกลงไปตามสันหลัง  แล้วร่างกายก็เต้นระทึกในบริเวณที่เจ้าตัวไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ากล้ามเนื้อส่วนนั้นจะเต้นได้  มันเป็นความโหยหาและเรียกร้องอย่างแรงกล้าชนิดที่หล่อนไม่เคยรู้จักมาก่อน
    หญิงสาวกะพริบตาถี่เร็ว  แล้วเหลือบตาขึ้นมองเซลีน่าเพื่อดูว่าฝ่ายนั้นได้รับผลกระทบแบบเดียวกับตนหรือไม่  แต่ถ้าเซลีน่าได้รับ  เจ้าหล่อนก็ไม่แสดงวี่แววให้เห็นเลย
    นี่ตัวหล่อนต้องวิปลาสไปแล้วแน่ๆ  ต้องใช่แน่เลย!  ในที่สุดเครื่องเทศหลากชนิดที่ใส่ลงไปในถั่วแดงเมื่อมื้อกลางวันก็ออกฤทธิ์ต่อสมองของหล่อนและเปลี่ยนมันให้เหลวเละเหมือนข้าวต้ม
    “เธอคิดว่าเขาเป็นไง”  เซลีน่าถามเมื่อสบตากับหล่อนในที่สุด
    เกรซยักไหล่ในระหว่างที่พยายามดับไฟแรงร้อนในเรือนกาย  ทว่าสายตายังอ้อยอิ่งอยู่ที่โครงร่างงดงามสมบูรณ์แบบสมชายชาตรี  “เขาดูคล้ายๆคนไข้ที่ฉันเซ็นสัญญาด้วยเมื่อวาน”
    เอ้อ  มันก็ไม่จริงเสียทีเดียวหรอก  ผู้ชายที่หล่อนเจอเมื่อวานหล่อเหลาสะดุดตาก็จริง  แต่ไม่มีอะไรมาเทียบกับชายหนุ่มในภาพวาดคนนี้ได้เลย
    หล่อนไม่เคยเห็นสิ่งใดที่เหมือนเขามาก่อนเลยในชีวิต!
    “จริงเหรอ”  สีนัยน์ตาของเซลีน่าเข้มขึ้นเป็นเครื่องเตือนว่าเจ้าตัวกำลังจะเริ่มสาธยายยาวเหยียดถึงเรื่องโชคชะตาและโอกาสในการพบปะต่างๆ
    “ใช่”  หล่อนพูด  รีบตัดบทก่อนที่เซลีน่าจะเริ่มร่ายยาว  “เขาบอกฉันว่าเขาเป็นเลสเบี้ยนที่ติดกับอยู่ในร่างกายของผู้ชาย”
    เซลีน่าทำหน้าเซ็ง  ฉวยหนังสือไปจากมือหล่อนแล้วกระแทกปิดฉับพลางขึงตาใส่ “เธอรู้จักแต่ผู้คนที่ประหลาดวิตถารสุดๆทั้งนั้น”
    เกรซเลิกคิ้วข้างหนึ่ง
    “อย่าพูดเชียวนะ”  เซลีน่าพูดแล้วทิ้งตัวลงที่นั่งประจำหลังโต๊ะทำนายดวงชะตา  หล่อนวางหนังสือลงที่ด้านหนึ่งของโต๊ะ “ฉันจะบอกอะไรให้  นี่--”  หล่อนแตะมือลงที่กลางหนังสือเบาๆสองครั้ง  “คือคำตอบสำหรับเธอ”
    เกรซมองหน้าเพื่อนรักพลางคิดถึงความน่าเชื่อถือของมาดามเซลีน่า  ผู้ที่ประกาศตัวว่าเป็นเจ้าแม่จันทรา  ซึ่งกำลังนั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำนายไพ่ยิปซีปูผ้าสีม่วงเข้ม  มือข้างหนึ่งวางแตะอยู่ที่หนังสือเก่าแก่โบราณ  ชั่วขณะนั้นหล่อนเกือบเชื่อว่าเซลีน่าเป็นหญิงยิปซีผู้ลี้ลับคนหนึ่งจริงๆ
    ถ้าหล่อนเชื่อในเรื่องพวกนั้นนะ
    “โอเค”  เกรซพูด  ขอยอมแพ้ “เลิกถ่วงเวลาและบอกมาดีกว่าว่าหนังสือกับรูปนั้นมันเกี่ยวกับชีวิตเซ็กซ์ของฉันตรงไหน”
    สีหน้าของเซลีน่าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง “ผู้ชายที่ฉันเปิดให้เธอดูชื่อจูเลียน...เป็นทาสสวาทชาวกรีก  เขาจะจงรักภักดีและถูกควบคุมอย่างสิ้นเชิงโดยใครก็ตามที่เรียกเขามา”
    เกรซหัวเราะดังๆ  หล่อนรู้ว่ามันเสียมารยาท  แต่อดไม่ได้จริงๆ  จะเป็นไปได้อย่างไรที่คนจบปริญญาเอกทั้งสาขาประวัติศาสตร์โบราณและจิตวิทยาจะเชื่อในสิ่งที่มันน่าหัวเราะขนาดนั้น  ต่อให้เป็นคนที่มีความคิดพิสดารพันลึกอย่างเซลีน่าก็ตาม
    “อย่าหัวเราะสิ  นี่ฉันจริงจังนะ”
    “ฉันรู้ว่าเธอจริงจัง  ถึงได้ยิ่งตลกไง”  เกรซกระแอมแล้วตีหน้าขรึม “โอเค  ฉันต้องทำยังไงบ้าง  ถอดเสื้อผ้าออกแล้วเต้นระบำรำฟ้อนข้างทะเลสาบตอนเที่ยงคืนเหรอ”  มุมปากของหล่อนขยับโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มแม้ว่าจะเห็นเซลีน่าทำตาเข้มเตือน “เธอพูดถูก  ที่ว่าฉันควรจะมีเซ็กซ์บ้างน่ะถูกแล้ว  แต่ฉันไม่คิดว่าจะหาได้จากทาสสวาทชาวกรีกผู้หล่อเลิศหรอก”
    จู่ๆหนังสือก็ร่วงหล่นลงจากโต๊ะ
    เซลีน่าสะดุ้งพรวดลุกขึ้นยืนพลางส่งเสียงร้องอย่างตกใจดันเก้าอี้ไถลไปข้างหลัง
    เกรซอุทาน “เธอเอาข้อศอกปัดโดนมันไม่ใช่หรือ”
    นัยน์ตาของเซลีน่าเบิกโตราวกับไข่ห่านขณะที่ส่ายหน้าปฏิเสธช้าๆ
    “อย่าล้อเล่นน่า  ลานี่”
    “ฉันเปล่าทำนะ”  หล่อนพูด  สีหน้าจริงจังน่ากลัว “ฉันว่าเป็นเพราะเธอต่อต้านเขา”
    เกรซส่ายหน้ากับความไร้สาระนั้น  แล้วค้นหยิบแว่นกันแดดกับกุญแจออกมาจากกระเป๋าถือ  ใช่เลย  ก็เหมือนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ลานี่พูดกล่อมจนเกรซยอมเล่นผีถ้วยแก้ว  และลานี่ก็ทำให้มันบอกว่าเกรซจะแต่งงานกับเทพบุตรกรีกเมื่ออายุสามสิบปีและมีลูกกับเขาหกคน
    จนกระทั่งทุกวันนี้  เซลีน่าก็ยังไม่ยอมรับว่าหล่อนเป็นคนผลักถ้วยแก้วนั้นเอง
    และตอนนี้มันร้อนจัดเกินกว่าจะมายืนเถียงกันอยู่ใต้ดวงตะวันจ้ากลางเดือนสิงหาคม  “เอาละ  ฉันต้องกลับไปที่ทำงานแล้ว  ฉันมีนัดตอนบ่ายสองโมงและไม่อยากฟันฝ่ากับการจราจร” หล่อนสวมแว่นกันแดดของเรย์-แบนส์ “คืนนี้เธอยังจะมาอยู่หรือเปล่า”
    “ไม่มีทางพลาดเด็ดขาด  ฉันจะเอาไวน์ไปด้วย”
    “งั้นก็ดี  แล้วเจอกันตอนสองทุ่ม”  เกรซรั้งรอนานพอที่จะบอกว่า “ฝากสวัสดีบิลด้วย  และขอบคุณที่เขาให้ยืมตัวเธอมาฉลองวันเกิดกับฉัน”
    เซลีน่ามองหญิงสาวที่เดินจากไปแล้วยิ้ม “รอให้เธอได้เห็นของขวัญวันเกิดก่อนเถอะน่า”  หล่อนกระซิบกับตัวเอง  แล้วหยิบหนังสือที่หล่นอยู่กับพื้นขึ้นมา  ไล้นิ้วมือไปตามปกหนังเนื้อนุ่ม  ปัดฝุ่นผงจางๆที่ติดอยู่ทิ้งไป
    เซลีน่าเปิดมันออกอีกครั้งและมองไปยังภาพสง่างามล้ำเลิศ  และมองที่ดวงตาซึ่งถูกวาดด้วยสีดำหากทว่าก็ให้ความรู้สึกของสีน้ำเงินลึกเข้ม
    เป็นครั้งหนึ่งที่เวทมนตร์คาถาของหล่อนจะได้ผล  เซลีน่ามั่นใจเช่นนั้น
    “คุณจะต้องชอบเธอ  จูเลียน”  เซลีน่ากระซิบกับชายหนุ่มในภาพวาดพลางลากปลายนิ้วไปตามเรือนร่างผึ่งผายสมบูรณ์แบบของเขา “แต่ฉันขอเตือนคุณไว้ก่อนว่า  เธอน่ะท้าทายความอดทนของนักบุญเชียวละ  และการจะตีฝ่าปราการป้องกันตัวของเธอเข้าไปให้ได้มันก็ยากพอๆกับการตีกำแพงเมืองทรอยเลยเชียว  แต่ถึงยังไงฉันก็ยังคิดว่า  ถ้าจะมีใครสักคนช่วยเธอได้  คนคนนั้นก็คือคุณ”
    ใต้ปลายนิ้วมือที่กำลังลากไล้  เซลีน่าพลันรู้สึกว่าหนังสือมีไออุ่นและให้ความรู้สึกซาบซ่านที่ทำให้หล่อนรู้ได้ว่าเขาเองก็เห็นพ้องกับหล่อน
    เกรซคิดว่าเซลีน่ามีความเชื่อที่เพี้ยนๆ  แต่การเกิดมาเป็นลูกสาวคนที่เจ็ดของลูกสาวคนที่เจ็ดและมีสายเลือดชาวยิปซีแล่นซ่านอยู่ในเส้นเลือดอย่างเข้มข้น  ทำให้เซลีน่ารู้ตัวว่ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่อยู่นอกเหนือคำอธิบาย  มีพลังงานเร้นลับลอยละล่องอยู่ทั่วไป  เพียงแต่รอให้ใครสักคนสามารถมีช่องทางติดต่อได้เท่านั้น
    และคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง
    เซลีน่าวางหนังสือกลับคืนที่เก็บอันปลอดภัยในรถเข็นและล็อกมันไว้อย่างแน่นหนา  หล่อนเชื่อมั่นว่าโชคชะตาส่งหนังสือเล่มนี้มาสู่มือหล่อน  หล่อนรู้สึกถึงเสียงเรียกร้องของมันได้ในทันทีที่ก้าวไปยืนตรงหน้าชั้นวางหนังสือในร้านขายหนังสือเก่า
    เนื่องจากหล่อนมีชีวิตสมรสที่แสนสุขตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน  หล่อนจึงรู้ว่าหนังสือเล่มนี้ไม่มีความหมายใดต่อตนเอง  มันเพียงแค่ใช้หล่อนเป็นช่องทางไปสู่สิ่งที่มันต้องการจะไปหา
    ไปหาเกรซ
    รอยยิ้มของหญิงสาวคลี่แย้มกว้างขึ้นกว่าเดิมเมื่อนึกถึงการมีทาสสวาทหนุ่มชาวกรีกผู้หล่อเหลาอย่างเหลือเชื่อมาอยู่ภายใต้คำบัญชาตลอดหนึ่งเดือนเต็มๆ...
    ใช่เลย  นี่แหละของขวัญวันเกิดที่เกรซจะต้องจดจำไปจนตลอดชีวิต
   

 
     
   
     
 
 
Main Page Contact Us News Web Board Contact Us Site Map Links